สนทนากีฬาปิงปองกับ...คนหัวใจปิงปองที่พระนครศรีอยุธยา

 

หลากหลายความคิดสร้างสรรค์ แต่ละคนต่างมีตัวอย่างของชีวิตที่เกี่ยวข้องกับกีฬาปิงปอง ร่วมสนทนากันในวันที่เรากำลังคิดถึงกีฬาปิงปองเพื่อมวลชน  ช่วงเวลาเกือบ 4 ชั่วโมง ที่โรงพยาบาลอุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2564 ผู้ร่วมวงสนทนากับผมในวันนั้นประกอบไปด้วย


1. นพ เศกสรรค์ ชวนะดีเลิศ
2. นายปกรณ์ ชื่นเชาว์ไว
3. นายอดิศักดิ์ โพธิ์เงิน (หนึ่ง)
4. ด.ช.ปรุฬห์กรณ์ อัครภูริกาญจน์ (เมฆ)
5. นายบุญญฤทธิ์ จารุจินดา
6. นายโยธิน ตุลยทรัพย์
7. นางสาวมณฑา กนกอุดม (จุ่ย)
8. นายชลิต คงสมแสวง

มุมมองของแต่ละคนจากประสบการณ์ชีวิตที่รู้จักและคิดเห็นต่อกีฬาปิงปอง ถูกนำเสนอในวงสนทนา เริ่มมีความหลากหลายมากขึ้น เมื่อตัดการเล่นปิงปองเพื่อความชนะเลิศออกไปจากการคิดสร้างสรรค์รูปแบบต่างๆ และได้ค้นพบว่า ที่จริงแล้วมีกิจกรรมการเล่นปิงปองอีกมากมาย ที่ได้สัมผัสมาตั้งแต่วัยเด็กจนถึงทุกวันนี้ ที่สำคัญคือการจดจำนั้น เป็นความทรงจำที่เกิดขึ้นจากความสนุกสนานและมีประโยชน์กับชีวิตของแต่ละคนทั้งสิ้น ผมได้นำความคิดเห็นที่สนทนากันในวันนั้น จากผู้ร่วมสนทนามาให้แฟน"เซียนลูกเด้ง" สยามกีฬาได้รับรู้ร่วมกันครับ

"วันนี้สนทนากันในหัวข้อการพัฒนาปิงปองมวลชน สิ่งที่ได้พูดคุยกันนั้นได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประสบการณ์ของคนที่ได้เข้ามาในวงการปิงปอง ซึ่งไม่ใช่ความเป็นเลิศเท่านั้น

1.แต่ได้เห็นมุมมองทางสุขภาพไม่ว่าจะเป็นพี่จุ่ยที่ได้ใช้ปิงปองบำบัดให้รักษาดูแลโรคซึมเศร้าโดยไม่ต้องพึ่งยาหรือการบำบัดทางจิต เปลี่ยนบุคลิกภาพเลย ปิงปองไม่ใช่เป็นกีฬาตามมาตราฐานเท่านั้น

2.แต่ยังเป็นที่เชื่อมต่อการเรียนรู้แบบhome school สามารถผสมผสานการเรียนรู้กับชีวิตเพื่อใช้ชีวิตที่มีเป้าหมายเป็น smart manในทุกด้านได้ ซึ่งได้เรียนรู้จากโค้ชหนึ่ง

3.ได้เรียนรู้จากพี่โยที่ช่วยให้เห็นมุมมองต่อการจัดแข่งขันมวลชน ต้องสร้างความเข้าใจมิติกีฬากับผู้ตัดสินใจ ผู้ปกครอง และนักกีฬา

4.พี่จุ่ย ยังได้เสนอว่าการจัดกีฬาเพื่อมวลชน ต้องมีจุดขายที่มาจากidol ด้วย และสิ่งสำคัญมากกว่าidol เพื่อไม่ให้เป็นแค่พลุที่แตกแล้วดับวูบไป ต้องเน้นความต่อเนื่อง และพยายามให้สิ่งต่างๆในกีฬาผ่านสื่ออย่างต่อเนื่อง

5.พี่ปกรณ์ได้พูดถึงการจัดแข่งขันแบบfair play ซึ่งไม่ใช่มิติการประหยัดงบประมาณเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมความเข้าใจในกติกา น้ำใจนักกีฬา และง่ายต่อการจัดเป็นประจำ ซึ่งตรงนี้ทางชมรมอยุธยาก้อเห็นด้วยและรับเป็นแนวทางการจัดแข่งขันต่อไป

6. พี่ดอนได้ชี้ให้เห็นถึงประเด็นการขับเคลื่อนปิงปองในจีนหรือประเทศที่ประสบผลสำเร็จ ไม่ใช่มีอัจฉริยะเท่านั้นจะพอ แต่ต้องสร้างคนอย่างเป็นระบบ เข้าใจพื้นฐาน และสร้างทักษะที่สอดคล้องในตัวนักกีฬาเราเอง พัฒนาโค้ชให้เหมือนไม้ตีระฆังที่ต้องรู้คุณลักษณะของระฆังที่ตีให้ไพเราะ ไม่ใช่แค่ดังเท่านั้น

7.ผมเสนอประเด็นเรื่องวัตถุประสงค์ของปิงปองมวลชน ซึ่งคือ everywhere for everyone คำนึงถึงความเสมอภาควัย เพศทุกเพศ ทุกความด้อยโอกาส

● เด็กเพื่อเรียนรู้
● ผู้ใหญ่เพื่อความสุข
● ผู้สูงอายุเพื่อสุขภาพ


กิจกรรมได้แก่

1. การจัดการfair play เพื่อส่งเสริมความหลากหลายแนว โดยกลุ่มต่างๆที่อยากจัด
2. พัฒนาอุปกรณ์เพื่อเสริมให้คนที่ไม่ใช่นักกีฬาได้เข้าถึง และประชาสัมพันธ์
3. พัฒนาโค้ชที่รู้รอบด้านเป็นคนที่เชื่อมความรู้ ทัศนคติทุกด้านโดยใช้ปิงปองเป็นจุดเชื่อม
4. นำเสนอตัวอย่างคนต้นแบบที่ใช้ปิงปองพัฒนาตนเอง และประชาสัมพันธ์อย่างเป็นวงกว้าง
5. สร้างกิจกรรมที่โปรโมทปิงปองกับวัฒนธรรมไทย โบราณสถาน ที่ท่องเที่ยวต่างๆ และประชาสัมพันธ์"

(นพ เศกสรรค์ ชวนะดีเลิศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุทัย  และ ประธานชมรมกีฬาเทเบิลเทนนิส จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)

คุณปกรณ์มองว่าอยุธยามีนิคมโรงงานอุตสาหกรรม และมีผู้เล่นกีฬาปิงปองอยู่เป็นจำนวนมาก ทางชมรมปิงปองอยุธยาน่าจะทำการประสานงานกับกลุ่มของโรงงานต่างๆ และแนะนำวิธีการจัดกิจกรรมกีฬาปิงปองภายในโรงงานหรือภายในกลุ่มผู้ประกอบการโรงงาน โดยรูปแบบการจัดกิจกรรมปิงปองที่มีทั้งการแข่งขันในระบบ Fair Play และการประลองทักษะหรือการคิดค้นในรูปเกมเพื่อความสนุกสนานของผู้ร่วมกิจกรรม

การนำประสบการณ์ของคุณมณฑาและคุณโยธิน ที่ใช้กีฬาปิงปองบำบัดโรคซึมเศร้าที่เคยเป็นอยู่และได้ผลดี จนกระทั่งปัจจุบันนี้สามารถที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ซึ่งเป็นผลจากการบำบัดด้วยกีฬาปิงปอง ก็สามารถใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมานี้ช่วยเหลือผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จากโครงการกีฬาปิงปองเพื่อมวลชน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย นอกจากนี้ความคิดสร้างสรรค์ในด้านการเล่นกีฬาปิงปองด้วยอุปกรณ์ต่างๆของคุณชลิต ก็จะสามารถสร้างความสนุกสนานและเชิญชวนให้ผู้ที่พบเห็นนั้นเข้ามาร่วมเล่นกีฬาปิงปองอย่างมีความสุข และในการร่วมวงสนทนาในวันนั้นของน้องเมฆ ที่มาเรียนปิงปองกับครูหนึ่ง เพียงแค่ระยะเวลา 4 เดือนก็สามารถที่จะเปลี่ยนความคิดและบุคลิกภาพให้เป็นเด็กที่มีความกล้าแสดงออกในทางที่ถูกที่ควร แล้วสามารถที่จะร่วมพูดคุยกับผู้ที่เข้าร่วมสนทนาได้อย่างมีความสุข

การร่วมวงสนทนาและระดมความคิดเพื่อที่จะให้กีฬาปิงปองเพื่อมวลชนมีการแพร่หลายอย่างได้ผล จำเป็นที่จะต้องมีการทดลองในทุกรูปแบบที่นำเสนอขึ้นมา แล้วสำหรับ ต้นแบบที่จะเกิดขึ้นก็จะเริ่มที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีทีมงานบุคลากรพร้อมในการที่จะทำกิจกรรมจิตอาสาให้กับปิงปองเพื่อมวลชนครับ

 

 

ดอน มุดตางาม